฿ 0 ไปยัง ฿ 500,000

ตัวเลือกการค้นหาเพิ่มเติม

฿ 0 ไปยัง ฿ 99,000,000

ตัวเลือกการค้นหาเพิ่มเติม

฿ 0 ไปยัง ฿ 99,000,000

ตัวเลือกการค้นหาเพิ่มเติม

฿ 0 ไปยัง ฿ 99,000,000

ตัวเลือกการค้นหาเพิ่มเติม

฿ 0 ไปยัง ฿ 0

ตัวเลือกการค้นหาเพิ่มเติม
เราพบว่า 0 ผล. ดูผลการค้นหา
การค้นหาขั้นสูง

฿ 0 ไปยัง ฿ 99,000,000

ตัวเลือกการค้นหาเพิ่มเติม
เราพบว่า 0 ผล
ผลการค้นหาของคุณ

6 ปัจจัยที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อบ้าน

โพสโดย [email protected] บน กรกฎาคม 2, 2019
| 0

“ดูช้างให้ดูหาง ดูนางให้ดูแม่ จะซื้อบ้านสักหลังต้องดูให้แน่ว่าซื้อแล้วมีแต่ความสบายใจ”

เชื่อว่าหลายคนคงอยากจะมีบ้านสักหลังที่หากตัดสินใจเลือกสักหลังแล้วนำมาแต่ความสบายใจมาให้ เพราะหากมาทราบทีหลังว่าบ้านที่ซื้อไปนั้นมีปัญหาที่ซุกไว้โดยที่เราไม่รู้ก่อนซื้อ เพราะหากซื้อไปแล้วมาทราบทีหลังนอกจากจะทำให้เสียเงินที่ซื้อไปแล้วได้สิ่งที่ไม่สมกับมูลค่าที่จ่ายไป ก็ยังจะสร้างความทุกข์ใจให้กับเจ้าของมิใช่น้อย

ดังนั้น ก่อนตัดสินใจซื้อลองนำเอา 6 ปัจจัยนี้ไปใช้ประกอบในการพิจารณาก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ

  1. ตรวจสอบสภาพแวดล้อมของโครงการ ดูทำเลที่ตั้งว่าสะดวกกับการใช้ชีวิตประจำวันหรือไม่ เช่น ใกล้ที่ทำงาน โรงเรียน โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า และสถานีตำรวจ การเดินทางสะดวกสบายแค่ไหน มีถนนที่สามารถเข้าออกทางเข้าโครงการได้กี่ทาง เพราะอาจจะมีการปิดถนนเพื่อปรับปรุงทางหรือท่อระบายน้ำซึ่งอาจต้องใช้เวลาหลายเดือนหรืออาจเป็นปี นอกจากนั้นอย่าลืมตรวจสอบที่ตั้งโครงการที่จะซื้อว่าอยู่ในแนวการเวนคืนหรือไม่ โดยสามารถตรวจสอบได้จากกรมผังเมือง หรือสำนักงานเขตที่โครงการนั้นตั้งอยู่ ในต่างจังหวัดสามารถตรวจสอบได้จากเทศบาล หรือสำนักงานโยธาจังหวัดที่โครงการตั้งอยู่    ที่มาภาพประกอบ  https://affordableamericaninsurance.com/blog/how-drunk-driving-can-affect-your-insurance-rates/house-hunting/
  2. ตรวจสอบผลงานของผู้ประกอบการที่เคยสร้างไว้ โดยสำรวจผลงานจากโครงการก่อนหน้านี้ว่าการจัดการเป็นอย่างไร การอยู่อาศัยภายในโครงการเป็นอย่างไร มีอัตราการติดประกาศขายเยอะหรือไม่ ซึ่งหากเยอะก็ลองสอบถามจากวงในว่ามีปัญหาอะไรหรือไม่ นอกจากนั้น ก็สอบถามผู้ซื้อเก่าๆว่าทางโครงการมีการทำตามสัญญาหรือไม่ เช่น วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างและการตกแต่ง การจัดการพื้นที่ส่วนกลาง สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ ได้จัดหาหรือจัดสร้างตามที่โฆษณาประชาสัมพันธ์ไว้หรือไม่ มีการส่งมอบและโอนบ้านตามกำหนดหรือไม่ และนอกจากนั้นผลงานในอดีตก็ไม่ได้การันตีผลงานปัจจุบันได้ทั้งหมด ดังนั้น ตรวจสอบรูปแบบโครงการที่ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วในโครงการที่จะซื้อด้วย โดยการดูบ้านที่ก่อสร้างแล้วเสร็จแล้วรอโอนให้ลูกค้า นอกเหนือจากการดูแค่บ้านตัวอย่าง ซึ่งอาจไม่เพียงพอ เพื่อเป็นการตรวจสอบการดำเนินงานที่ผ่านมาว่ามีความสมบูรณ์เรียบร้อยดีหรือไม่
  3. ตรวจสอบคุณสมบัติความพร้อมของบริษัทเจ้าของโครงการ การจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลถูกต้องหรือไม่ มีทุนจดทะเบียนเท่าไหร่ มีทุนที่ชำระแล้วจำนวนเท่าไหร่ ซึ่งจะช่วยประเมินความเสี่ยงได้ นอกจากนี้ยังจะต้องตรวจสอบว่าใครเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนามในสัญญารวมถึงใบเสร็จรับเงิน ไม่ควรให้พนักงานขาย หรือตัวแทนบริษัทที่ไม่มีอำนาจตามกฎหมายเป็นผู้ลงนาม โดยตรวจสอบได้จากกรมพัฒนาธุรกิจ กระทรวงพาณิชย์ หรือตรวจสอบจากรายชื่อผู้ประกอบการที่ถูกขึ้นบัญชีดำไว้ที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค
  4. ตรวจสอบกรรมสิทธิ์ในที่ดินว่าถูกต้องหรือไม่ เลขที่โฉนดเท่าไหร่ ใครเป็นผู้มีชื่อในโฉนดที่ดิน ที่ถูกต้องควรเป็นชื่อของผู้พัฒนาเจ้าของโครงการ หากไม่ใช่ควรจะสอบถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของที่ดินกับบริษัท และการได้มาของที่ดินว่าเป็นอย่างไร รวมถึงการขออนุญาตจัดสรรที่ดินถูกต้องหรือไม่ ตรวจสอบข้อมูลได้จาก กรมที่ดิน หรือสำนักงานที่ดินจังหวัด ในกรณีที่ซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ควรตรวจสอบเพิ่มเติมด้วยว่า โครงการได้รับใบอนุญาตก่อสร้างหรือไม่ เป็นอาคารแบบใด ตรวจสอบได้จากกรมโยธาธิการ สำนักงานเขต เทศบาล หรือองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น    ที่มาภาพประกอบ  http://elizabethcoltonwalls.com/house-hunting-websites/
  5. ตรวจสอบภาระผูกพันของที่ดินที่นำมาพัฒนาโครงการ ว่ามีภาระผูกพันกับนิติบุคคล หรือสถาบันการเงินใดหรือไม่ มีการจำนองหรือขายฝากกับใคร วงเงินจำนองเท่าไหร่ ซึ่งตาม พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน กำหนดให้เจ้าของโครงการต้องบอกภาระผูกพันรายแปลงให้กับผู้ซื้อทราบ ดังนั้นผู้ซื้อควรตรวจสอบให้ชัดเจนว่า เมื่อถึงระยะเวลาโอนกรรมสิทธิ์แล้ว ภาระผูกพันนี้ยังคงอยู่ หรือสามารถปลอดจำนองได้ทันที
  6. ตรวจสอบรายละเอียดของสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการ เช่น ถนน ไฟฟ้า น้ำประปา ตรวจสอบความคืบหน้าในการก่อสร้างสาธารณูปโภค และสิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการ มีการวางเงินค้ำประกันสาธารณูปโภค ตามที่กฎหมายกำหนดไว้แล้วหรือยัง เป็นจำนวนเงินเท่าไหร่ โดยตรวจสอบได้จากโครงการ และสถาบันการเงินที่ออกหนังสือค้ำประกันสาธารณูปโภค

ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นเพียงบางข้อที่ควรใช้ประกอบการตัดสินใจ อาจจะมีเหตุผลอื่นที่ผู้ซื้อสามารถใช้ประกอบการตัดสินใจขึ้นอยู่กับว่า วัตถุประสงค์ของการซื้อคืออะไร เช่น ซื้อเพื่อลงทุนให้เช่าหรือขายต่อ  ก็อาจจะต้องพิจารณาในส่วนของอัตราผลตอบแทนร่วมด้วย ซึ่งสามารถอ่าน เฟ้นหาอสังหาริมทรัพย์เพื่อลงทุน ด้วยตัวกรองสองชั้น

ตอบกลับ

ที่อยู่อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่

รายการเปรียบเทียบ