฿ 0 ไปยัง ฿ 500,000

ตัวเลือกการค้นหาเพิ่มเติม

฿ 0 ไปยัง ฿ 99,000,000

ตัวเลือกการค้นหาเพิ่มเติม

฿ 0 ไปยัง ฿ 99,000,000

ตัวเลือกการค้นหาเพิ่มเติม

฿ 0 ไปยัง ฿ 99,000,000

ตัวเลือกการค้นหาเพิ่มเติม

฿ 0 ไปยัง ฿ 0

ตัวเลือกการค้นหาเพิ่มเติม
เราพบว่า 0 ผล. ดูผลการค้นหา
การค้นหาขั้นสูง

฿ 0 ไปยัง ฿ 99,000,000

ตัวเลือกการค้นหาเพิ่มเติม
เราพบว่า 0 ผล
ผลการค้นหาของคุณ

Freehold vs Leasehold สองทางเลือกสำหรับการลงทุนอสังหาริมทรัพย์

โพสโดย [email protected] บน มิถุนายน 18, 2019
| 0

วันก่อนผู้เขียนได้ไปดูโครงการคอนโด 2-3 แห่งในพัทยา จุดขายอย่างหนึ่งที่ผู้พัฒนาโครงการใช้สำหรับดึงดูดผู้ซื้อคือผลตอบแทนการลงทุน ซึ่งผู้ขายได้อธิบายว่าลูกค้าสามารถเลือกถือครองทรัพย์ได้ทั้งแบบ Freehold หรือ Leasehold

แล้ว Freehold และ Leasehold คืออะไร???

Freehold คืออสังหาริมทรัพย์ที่ผู้ถือครองเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์อย่างสมบูรณ์

Leasehold คืออสังหาริมทรัพย์ที่ผู้ถือครองไม่ได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ แต่ได้สิทธิ์การเช่าระยะยาว ซึ่งจะต้องคืนเมื่อครบกำหนดระยะเวลาในสัญญา

เนื่องจาก Freehold นั้นถือครองเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์อย่างสมบูรณ์ ดังนั้น จึงสามารถได้ผลตอบแทนจากการลงทุนในทรัพย์ได้ทั้งจากการเก็บค่าเช่า หรือ การเก็งกำไรจากการขายต่อเมื่อราคาของทรัพย์เพิ่มขึ้น

ส่วน Leasehold นั้นเราสามารถได้ผลตอบแทนจากการลงทุนในทรัพย์ได้ทั้งจากการเก็บค่าเช่าช่วงตามระยะเวลาที่ถือครองทรัพย์ในสัญญาเท่านั้น แต่ไม่สามารถขายทรัพย์ได้เพราะไม่ได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์นั้น ซึ่งกฎหมายกำหนดไม่เกิน 30 ปี เมื่อครบกำหนดสัญญากรรมสิทธิ์ทั้งที่ดินและอาคารจะตกเป็นของเจ้าของทรัพย์ทั้งหมด
ถึงตรงนี้ผู้อ่านคงคิดว่า ถ้าอย่างนั้นทำไมไม่ลงทุนแบบ Freehold เลยซะหล่ะ

เหตุผลหลักๆคือ หนึ่ง ก็เพราะว่ามีทรัพย์อยู่บางประเภทที่ผู้ลงทุนยอมลงทุนแบบ Leasehold เพราะเชื่อว่าสามารถสร้างผลตอบแทนคุ้มค่าแก่การลงทุน เช่น อย่างอสังหาริมทรัพย์ของราชการ อสังหาฯเขตวัด สำนักงานทรัพย์สิน หรืออสังหาริมทรัพย์ที่มีศักยภาพสูงซึ่งเจ้าของทรัพย์ไม่ต้องการขาย

สอง การจะซื้ออสังหาริมทรัพย์ในทำเลทองต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก การเลือกทำ Leasehold ช่วยลดความเสี่ยงเพราะใช้เงินทุนน้อยกว่าซึ่งจะช่วยให้ประหยัดเงินในส่วนนี้จำนวนมาก (โดยทั่วไปประมาณ 2 ใน 3 ส่วนของราคาซื้อ)

สาม การลงทุนแบบ Leasehold ชาวต่างชาติสามารถลงทุนได้ จึงเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยว เช่น พัทยา ภูเก็ต เชียงใหม่ และกรุงเทพมหานคร เพราะสำหรับชาวต่างชาติที่อยากลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในไทยจะสามารถมีสิทธิ์ลงทุนแบบ Freehold ได้คือการซื้อที่อยู่อาศัยประเภทอาคารชุดตามโควต้าต่างชาติ 49% ของทั้งโครงการ หรือสำหรับอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่ดินและที่อยู่อาศัยที่ไม่ใช่อาคารชุด จะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขหลายอย่าง ดังที่กล่าวไว้ในบทความเรื่อง การถือครองอสังหาริมทรัพย์ไทยของชาวต่างชาติ นอกเหนือจากนั้น  หากต้องการถือครองอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยแบบถูกต้องตามกฎหมายจะต้องถือครองแบบ Leasehold เท่านั้น

>> การถือครองอสังหาริมทรัพย์ไทยของชาวต่างชาติ

ตอบกลับ

ที่อยู่อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่

รายการเปรียบเทียบ